It is currently 25 May 2013 09:53

 

All times are UTC + 7 hours



Reply to topic  [ 1 post ] 
Author Message
chinimon
 Post subject: บทบัญญัติสำคัญในการเ
PostPosted: 23 Jul 2006 14:00 
Offline
สมาชิก

Joined: 04 Apr 2003 17:38
Posts: 199
Thanks Give: 1
Thanks Recieve:
6 times in 5 posts
 
บทบัญญัติสำคัญในการเลือกซื้อเครื่องโทรศัพท์ใหม่


----------ปัญหาการเลือกซื้อเครื่องโทรศัพท์ใหม่ในปัจจุบันจะมีข้อสังเกตว่าเป็นเครื่องใหม่จริงได้ยากกว่าแต่ก่อนมาก เนื่องจากเทคโนโลยีปัจจุบันได้ก้าวล้ำหน้าไปมาก ซึ่งจะทำให้ร้านโทรศัพท์มือถือสามารถนำเครื่องเก่ามาย้อมขายเป็นเครื่องใหม่ได้ง่ายๆ.. และในบางร้านอาจจะมีเครื่องมือในการซีลผลิตภัณฑ์พร้อมทั้งสติ๊กเกอร์รับประกันศูนย์ต่างๆ และมีขายกันในราคาดวงละ 1 – 2 บาท เรียกกันว่าหาซื้อกันง่ายๆ เลยทีเดียวสำหรับผู้ที่อยู่ในวงการค้าขายโทรศัพท์มือถือ

---------- สำหรับคุณผู้อ่านที่กำลังจะมีโครงการซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่เพื่อเป็นของขวัญให้แก่ตัวเอง หรือบุคคลอันเป็นที่รัก ไม่ว่าจะเป็นราคาหลักพันจนถึงหลักแสนก็ควรตรวจสอบเบื้องต้นก่อนจ่ายเงินซื้อ ซึ่งในปัจจุบันการตรวจสอบแค่ดูผลิตภัณฑ์, ตรวจสอบอีมี่ และทดสอบการใช้งานอาจจะไม่เพียงพอแล้ว ในฉบับนี้กระผมจึงขอแนะนำวิธีการตรวจสอบการเลือกซื้อ Smartphone และเครื่องโทรศัพท์ทั่วๆ ไป ซึ่งสามารถตรวจสอบและปฏิบัติตามขั้นตอนง่ายๆ ดังนี้

1. เลือกซื้อร้านที่น่าไว้วางใจ
---------- ในลำดับแรกการเลือกร้านมือถือที่น่าไว้วางใจจะเป็นส่วนสำคัญมากในการหลีกเลี่ยงที่จะได้เครื่องย้อมแมวหรือเครื่องบิ้วท์มาเป็นเครื่องใหม่ให้เราเชยชม ดังนั้นเราจึงควรเลือกซื้อที่ร้านค้าที่น่าไว้วางใจมากที่สุด หรือซื้อที่ศูนย์บริการที่น่าเชื่อถือก็ได้ แต่การเลือกซื้อร้านที่น่าไว้วางใจก็จะไม่ปลอดภัยเสมอ 100% เพราะบางร้านอาจจะมีพนักงานนำเครื่องเก่ามาขายเราก็ได้ หรือนำเครื่องนอกมาขาย เมื่อเครื่องโทรศัพท์มีปัญหาอาจจะส่งเคลมหรือส่งซ่อมที่ศูนย์บริการไม่ได้ เราจึงควรตรวจสอบเรื่องอื่นๆ ควบคู่ไปด้วย (รูปที่ 1)

Image
รูปที่ 1: เลือกร้านค้าโทรศัพท์ที่น่าเชื่อถือ


2. ตรวจสอบผลิตภัณฑ์
---------- เมื่อเราเลือกร้านค้าที่น่าไว้วางใจมากที่สุดได้แล้ว ต่อมาเราควรที่จะตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของเครื่องโทรศัพท์ที่เราจะซื้อ โดยเราสามารถตรวจสอบเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ได้ดังนี้

---------- 2.1 กล่องต้องซีลด้วยพลาสติก
-------------------- เครื่องโทรศัพท์ที่เราจะซื้อหากเป็นไปได้ควรจะเลือกเครื่องโทรศัพท์ที่อยู่ในกล่องผลิตภัณฑ์ที่ถูกซีลด้วยพลาสติกจากโรงงานผลิต เพื่อให้เรามั่นใจมากขึ้นในระดับหนึ่งว่าเครื่องโทรศัพท์ที่เราจะซื้อใหม่มาจากโรงงานจริงๆ แต่บางร้านค้าอาจจะแกะพลาสติกออกเพื่อให้ลูกค้าอื่นๆ ลองแล้วเกิดเปลี่ยนใจไม่ซื้อ หรือแกะออกมาเพื่อติดสติ๊กเกอร์รับประกันของร้านค้า

---------- 2.2 ตรวจสอบความใหม่ของกล่อง
-------------------- หากเครื่องโทรศัพท์ที่เราเลือกซื้อไม่ได้ถูกซีลพลาสติก ให้เราตรวจสอบทั่วๆ ไปของกล่องผลิตภัณฑ์ว่าใหม่จริงหรือไม่ เช่น ดูรอยถลอกของกล่อง, ความเก่า หากดูกล่องว่าเก่าหรือไม่สะอาดเหมือนเครื่องใหม่ ควรหลีกเลี่ยงการซื้อเครื่องนั้นๆ (ไม่ต้องเกรงใจคนขายนะครับ) เพราะอาจจะเป็นเครื่องเก่านำมาหลอกขาย.. (รูปที่ 2)

Image
รูปที่ 2: กล่องผลิตภัณฑ์ (โทรศัพท์)


3. ตรวจสอบอุปกรณ์ คู่มือภายในกล่อง
---------- หลังจากแกะกล่องแล้ว ควรตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆ ที่แถมมาในกล่อง ซึ่งโดยส่วนมากจะมีชุดหูฟัง, แบตเตอรี่, เมมโมรี่การ์ด, สายเชื่อมต่อ, คู่มือ, โบร์ชัวร์ของผลิตภัณฑ์ ซึ่งอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้จะต้องอยู่ในสภาพเรียบร้อยไม่ถูกแกะออกจากซองพลาสติก หรือกล่อง (รูปที่ 3) เราสามารถตรวจสอบอุปกรณ์ของเครื่องโทรศัพท์ที่เราจะซื้อได้ที่เวบไซต์ผู้ผลิตก่อนว่ามีอะไรให้มาบ้างในกล่อง หรือตรวจสอบได้ตามเวบไซต์รีวิวโทรศัพท์มือถือ เพื่อเป็นข้อมูลการตรวจสอบ

Image
รูปที่ 3: ตรวจสอบความเรียบร้อย


---------- 3.1 ตรวจสอบเครื่องโทรศัพท์
-------------------- เครื่องโทรศัพท์ภายในกล่องจะต้องอยู่ในซองพลาสติกหรือถุงพลาสติกที่ยังไม่ถูกแกะ หากเป็นเครื่องศูนย์ก็จะมีสติ๊กเกอร์ของศูนย์แปะไว้ที่หน้าจอ และควรตรวจสอบความเรียบร้อยของตัวเครื่องทั่วๆ ไป ว่ามีรอยถลอกหรือไม่, หน้าจอเบี้ยว, ปุ่มกดหลุด ซึ่งในกรณีแบบนี้เกิดขึ้นมาแล้ว โดยอาจจะเป็นหนึ่งในแสนที่หลุดมาจาก QC ของโรงงานผลิต สิ่งที่ควรตรวจสอบเบื้องต้นเกี่ยวกับตัวเครื่องโทรศัพท์และไม่ควรมองข้ามไป ได้แก่

-------------------- • หากตัวเครื่องเป็นแบบฝาสไลด์ก็ควรทดสอบเลื่อนเปิด/ปิด ว่ามีความผิดปกติหรือไม่ เช่น ความฝืด, หลวม เป็นต้น หากเป็นโทรศัพท์แบบฝาฟลิบหรือโทรศัพท์ที่สามารถหมุนจอหรือตัวเครื่องบางส่วนได้ควรทดสอบหลายๆ รอบ เพื่อให้แน่ใจว่ามีความแข็งแรง ไม่หักง่าย หากไม่มั่นใจควรทดสอบเครื่องอื่นๆ ด้วยว่ามีอาการเหมือนกันหรือไม่ (รูปที่ 4, 5, 6)

Image
รูปที่ 4: โทรศัพท์แบบฝาสไลต์

Image
รูปที่ 5: โทรศัพท์แบบฝาพับ

Image
รูปที่ 6: ทดสอบหมุนหน้าจอ


-------------------- • ตรวจสอบหน้าจอมีรอยขูดขีดหรือไม่ และควรทดสอบมองหน้าจอในมุมองศาต่างๆ ด้วย เพื่อให้เห็นรอยได้ง่ายขึ้น หากหน้าจอเป็นหน้าจอสัมผัส (Touch Screen) ให้ทดสอบโดยการใช้ Stylus แตะที่หน้าจอว่ามีการตอบสนองตรงจุดหรือไม่ หากตอบสนองไม่ตรงจุดให้ทำการ Calibrate screen ในเมนู Display (รูปที่ 7) หากอาการไม่ดีขึ้นควรเปลี่ยนเครื่องใหม่หรือแจ้งให้ร้านค้ารับทราบ

Image
รูปที่ 7: Calibrate/Alignment หน้าจอ


-------------------- • ตรวจสอบด้านหลังตัวเครื่อง ช่องใส่แบตเตอรี่และซิมการ์ด โดยเฉพาะช่องใส่ซิมการ์ดให้ตรวจสอบขั้วว่าหักหรือไม่ และทดสอบใส่แบตเตอรี่ว่าแน่นหรือไม่ (รูปที่ 8)

Image
รูปที่ 8: ทดสอบใส่ซิมการ์ด


-------------------- • ทดสอบเปิด/ปิดฝาช่องเมมโมรี่การ์ดว่าแน่นหรือหลวมหรือไม่ ซึ่งตามปกติเครื่องใหม่จะแน่นพอสมควร (รูปที่ 9)

Image
รูปที่ 9: ฝาช่องเมมโมรี่การ์ด


-------------------- • ตรวจสอบจุกยางต่างๆ เช่น จุกยางปิดช่อง pop port, จุกยางช่องหูฟัง เป็นต้น สำหรับเครื่องบางรุ่นจะไม่มีจุกยางปิด และบางรุ่นจะสังเกตได้ยากมากว่ามีจุกยางปิดหรือไม่ เช่น NOKIA 3250 ในส่วนของ pop port หากไม่มั่นใจควรเดินตรวจสอบหลายๆ ร้าน (รูปที่ 10, 11)

Image
รูปที่ 10: จุกยางของ NOKIA 3250

Image
รูปที่ 11: จุกยางหลุดหายไป


-------------------- • ทดลองเสียบสายชุดหูฟังว่าแน่นหรือไม่ โดยทั่วไปจะต้องแน่นและไม่หลุดง่าย (รูปที่ 12)

Image
รูปที่ 12: ทดสอบเสียบหูฟังเข้ากับเครื่อง


----------สำหรับวิธีการตรวจสอบตัวเครื่องเบื้องต้นดังที่กล่าวมา จะใช้สายตาในการตรวจสอบ

----------สำหรับการตรวจสอบอีมี่, ระยะเวลาการใช้งาน, จุดบอดหน้าจอ และส่วนอื่นๆ จะขอกล่าวในลำดับถัดไป

---------- 3.2 ตรวจสอบอุปกรณ์มาตรฐาน
-------------------- เครื่องโทรศัพท์บางรุ่นจะมีอุปกรณ์ต่างๆ แถมมาให้ เช่น เมมโมรี่การ์ด, สายเชื่อมต่อ, ชุดหูฟังต่างๆ, ซองหนังของอุปกรณ์ เป็นต้น ดังนั้นก่อนซื้อเราควรที่จะรู้ว่ามีอะไรให้มาบ้างภายในกล่องและมีหน้าตาเช่นใด เพราะบางร้านอาจจะสับเปลี่ยนอุปกรณ์ของเราได้

--------------------แบตเตอรี่ : จะต้องอยู่ในห่อพลาสติกที่ยังไม่ถูกแกะ หรือห่อไว้อย่างเรียบร้อยภายในกล่องและมีสติ๊กเกอร์รับประกันของศูนย์ที่เราซื้อติดอยู่ที่แบตเตอรี่ด้วย หากเป็นแบตเตอรี่ของ NOKIA จะต้องมีสติ๊กเกอร์แบบ Hologram ติดอยู่ และมีโลโก้โนเกียในแบบ 3 มิติ หากไม่มีให้คิดก่อนเลยว่าแบตเตอรี่นั้นอาจจะเป็นของปลอม (รูปที่ 13)

Image
รูปที่ 13: แบตเตอรี่และสติ๊กเกอร์รับประกัน/Hologram


--------------------เมมโมรี่การ์ด : ในบางรุ่นจะอยู่ในกล่องเมมโมรี่การ์ดอย่างเรียบร้อย บางร้านอาจจะใส่มาให้พร้อมใช้งานในตัวเครื่อง ในส่วนนี้เราจะต้องตรวจสอบว่ามี Adapter แถมมาให้ด้วยหรือไม่ เช่น RS-MMC, Micro SD จะมี Adapter แถมมาให้ในชุด (รูปที่ 14)

Image
รูปที่ 14: เมมโมรี่การ์ดพร้อม Adapter


--------------------Stylus : สำหรับเครื่องโทรศัพท์ที่เป็นหน้าจอสัมผัส จะแถม Stylus หรือปากกาสำหรับการ Input ข้อมูลมาให้ด้วย ในบางรุ่นอาจจะแถม 2 ด้าม เพื่อเป็นอะไหล่สำรอง (รูปที่ 15)

Image
รูปที่ 15: Stylus


--------------------ชุดหูฟังมาตรฐาน : ชุดหูฟัง ที่แถมมากับตัวเครื่องในปัจจุบันก็จะมีหลากหลายแบบแล้วแต่รุ่นของโทรศัพท์ และอาจจะมีรูปแบบที่คล้ายกันแต่ต่างสี บางรุ่นก็จะมีรีโมทคอนโทรลมาให้ด้วย เช่น NOKIA 3250 ชุดหูฟังนี้มักจะถูกทางร้านค้าแอบเปลี่ยนก่อนล่วงหน้า เราจึงควรตรวจสอบชุดหูฟังที่แถมมากับเครื่องว่าตรงตามกับผู้ผลิตได้แจ้งไว้หรือไม่.. (รูปที่ 16, 17)

Image
รูปที่ 16: ตัวอย่างชุดหูฟังของ Sony Ericsson

Image
รูปที่ 17: ตัวอย่างชุดหูฟังของ NOKIA


--------------------สายเชื่อมต่อ : สำหรับ Smartphone เกือบทุกรุ่น ทางผู้ผลิตจะแถมสายเชื่อมต่อมาให้ในชุดโทรศัพท์ เพื่อให้เราสามารถเชื่อมต่อเครื่องโทรศัพท์มือถือกับเครื่องคอมพิวเตอร์ในการโอนถ่ายข้อมูล, ติดตั้งโปรแกรมได้ ซึ่งเราจะต้องตรวจสอบว่าสายเชื่อมต่อนั้นเป็นแบบเดียวกันกับที่แถมมากับเครื่องโทรศัพท์รุ่นนั้นๆ หรือไม่ และจะต้องถูกมัดเก็บไว้อย่างเรียบร้อย (รูปที่ 18)

Image
รูปที่ 18: ตัวอย่างสายเชื่อมต่อ DKU-5


--------------------สายชาร์ต : สายชาร์ตจะต้องถูกมัดเก็บไว้อย่างเรียบร้อยและดูตรงขั้วเสียบว่ามีร่องรอยการใช้งานหรือไม่ และจะต้องมีสติ๊กเกอร์รับประกันของศูนย์เช่นกัน (รูปที่ 19)

Image
รูปที่ 19: ตัวอย่างสายชาร์ต


--------------------แผ่น CD-ROM : เครื่องโทรศัพท์บางรุ่นจะแถมซีดีโปรแกรมต่างๆ มาให้ในชุดเครื่องโทรศัพท์ เช่น CD-ROM ไดรว์เวอร์ต่างๆ และโปรแกรมใช้งานเพื่อให้สามารถใช้งานร่วมกับเครื่องคอมพิวเตอร์ได้, CD-ROM โปรแกรมทั่วไป ซึ่งส่วนมากมักจะเป็นโปรแกรมภาษาไทย/ดิกชันนารี/เกม ที่มักจะพบบ่อยๆ ใน Smartphone และ Pocket PC (รูปที่ 20)

Image
รูปที่ 20: ตัวอย่างแผ่น CD-ROM


--------------------คู่มือการใช้งาน/โบร์ชัวร์ : คู่มือการใช้งานที่อยู่ในกล่องจะต้องยังไม่ถูกแกะหรือต้องไม่มีร่องรอยการถูกแกะ อยู่ในสภาพใหม่และไม่มีร่องรอยการเปิดอ่าน ภายในกล่องอาจจะมีแผ่นพับต่างๆ ของผลิตภัณฑ์มาด้วย (รูปที่ 21)

Image
รูปที่ 21: คู่มือการใช้งานและโบร์ชัวร์


4. การตรวจสอบและทดลองใช้งาน
---------- หลังจากที่เราได้ตรวจสอบเครื่องและอุปกรณ์ต่างๆ ภายในกล่องด้วยสายตาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในลำดับต่อมาจะตรวจสอบด้วยการสัมผัสและทดลองใช้งานตัวเครื่องกันบ้าง หากร้านค้าใดไม่ให้ตรวจสอบและทดลองใช้งานก็ควรหลีกเลี่ยงครับ.. สำหรับวิธีการตรวจสอบที่จะกล่าวต่อไปนี้จะเป็นวิธีง่ายๆ ที่ใครๆ ก็สามารถทำได้

---------- 4.1 ตรวจสอบอี่มี่ของตัวเครื่อง
-------------------- การตรวจสอบอีมี่ของตัวเครื่องเราจะต้องตรวจสอบว่าอีมี่ตรงกับกล่องผลิตภัณฑ์หรือไม่ ซึ่งกล่องผลิตภัณฑ์ของเครื่องโทรศัพท์จะมีแถบสติ๊กเกอร์ที่มีบาร์โค้ดอยู่ข้างกล่อง และในปัจจุบันสติ๊กเกอร์ข้างกล่องได้ถูกทำปลอมขึ้นมาเพื่อให้อีมี่ตรงกับตัวเครื่องเราจึงควรตรวจสอบแถบสติ๊กเกอร์ข้างกล่องให้ละเอียดยิ่งขึ้นว่าเมื่อลอกออกมาแล้วจะต้องไม่เป็นแผ่นเดียวกัน ซึ่งสติ๊กเกอร์นี้จะมีอยู่ 3 ส่วน คือ ส่วน A, B และ C ที่ถูกลอกออกเป็นส่วนๆ ได้ สำหรับแปะลงในบัตรรับประกัน หากทดสอบลอกแล้วเป็นแผ่นเดียวกันควรสงสัยไว้ก่อนว่าได้ถูกทำปลอมขึ้นมา (รูปที่ 22, 23) สำหรับวิธีการตรวจสอบอี่มีสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

Image
รูปที่ 22: สติ๊กเกอร์ข้างกล่อง

Image
รูปที่ 23: เมื่อลอกแล้วต้องไม่เป็นแผ่นเดียวกัน


-------------------- • กด *#06# เพื่อให้เครื่องโทรศัพท์แสดงเลขอีมี่ที่หน้าจอเครื่องโทรศัพท์ (รูปที่ 24)

Image
รูปที่ 24: ตรวจสอบอีมี่ของเมนบอร์ด


-------------------- • ดูเลขอีมี่ด้านหลังตัวเครื่อง โดยการถอดแบตเตอรี่ออกมาซึ่งก่อนการถอดแบตเตอรี่ควรปิดเครื่องให้เรียบร้อยก่อนทุกครั้ง (รูปที่ 25)

Image
รูปที่ 25: เลขอีมี่ด้านหลังเครื่อง


---------- สำหรับการตรวจสอบอี่มี่จะต้องตรงกันทั้ง 3 จุด คือ ด้านหลังตัวเครื่อง, ที่หน้าจอโดยการกด *#06# และสติ๊กเกอร์ด้านข้างกล่อง หากมีจุดใดจุดหนึ่งไม่ตรงให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าอาจจะเป็นเครื่องเก่าหรือเครื่องย้อมแมว

---------- 4.2 ตรวจสอบเวลาการใช้งาน (Life Time)
-------------------- เมื่อเราตรวจสอบเครื่องและอี่มี่จนทำให้เกิดความมั่นใจว่าไม่ใช่เครื่องย้อมแมวแล้ว อย่าเพิ่งนิ่งนอนใจ ให้ควรตรวจสอบระยะเวลาการใช้งานของตัวเครื่อง (ระยะเวลาการโทรเข้า/โทรออก) ซึ่งจะถูกบันทึกลงในเครื่องโทรศัพท์ไม่สามารถลบล้างออกไปได้ถึงแม้จะรีเซ็ตเครื่องใหม่แล้วก็ตาม ด้วยการกด *#92702689# โดยตัวเลขที่แสดงผลที่หน้าจอจะต้องเป็นเลข 0 ทั้งหมด โดยตัวเลขสองหลักสุดท้ายจะเป็นจำนวนนาที (รูปที่ 26)

Image
รูปที่ 26: ตรวจสอบเวลาการใช้งาน


---------- ตัวอย่างเช่น 000011.37 หมายความว่า ตัวเครื่องมีการใช้งานในด้านการรับสายและโทรออกไปแล้ว 11 ชั่วโมง 37 นาที

----------Tips : เทคนิคการจำรหัส *#92702689# คือคำว่า “Warranty” สังเกตจากตัวอักษรบนปุ่ม Keypad สำหรับรหัสนี้จะสามารถใช้งานได้กับเครื่องโทรศัพท์ NOKIA บางรุ่นเท่านั้น

---------- 4.3 ตรวจสอบกล้องโทรศัพท์มือถือ
-------------------- เครื่องโทรศัพท์บางรุ่นโดยเฉพาะรุ่นใหม่ๆ จะมีกล้องดิจิตอลติดมาให้ใช้งานด้วย เราสามารถทดสอบการทำงานกล้องได้อย่างง่ายๆ ด้วยการทดลองถ่ายภาพ ว่ามีสีสันและคมชัดหรือไม่ หากภาพที่ถ่ายมานั้นเป็นเส้นๆ เลนส์กล้องอาจจะมีปัญหา สำหรับเครื่องโทรศัพท์บางรุ่นภาพจะออกมาโทนสีแดงซึ่งอาจจะเป็นเรื่องปกติของโทรศัพท์รุ่นนั้นๆ

-------------------- จากนั้นทดสอบการถ่ายวิดีโอคลิปแล้วเปิดดูภาพที่ถ่าย ว่ามีความชัดเจนหรือไม่, ขณะที่รับชมกระตุกหรือไม่ หากมีอาการผิดสังเกตควรแจ้งพนักงานขายทันที สำหรับวิธีการทดสอบถ่ายวิดีโอคลิปนี้ จะเป็นการทดสอบไมโครโฟนของตัวเครื่องและลำโพงไปในตัว เนื่องจากวิดีโอคลิปจะจัดเก็บเสียงรอบข้างด้วย

---------- 4.4 ตรวจสอบลำโพงของตัวเครื่อง
-------------------- ให้ทดสอบโดยการเล่นเพลงที่อยู่ในตัวเครื่องอาจจะเป็นเสียงเรียกเข้าก็ได้ แต่ถ้าให้ผลดียิ่งขึ้นก็ควรเป็นเพลงทั่วๆ ไป หากในตัวเครื่องไม่มีไฟล์เพลงให้ทำการส่งไฟล์เพลงไปยังเครื่องโทรศัพท์ใหม่ผ่านทาง Bluetooth แล้วทดลองเล่นผ่านลำโพงตัวเครื่อง ซึ่งเราจะต้องฟังว่าเสียงของลำโพงแตกพร่าหรือไม่, ชัดเจนดีหรือไม่ หากไม่มั่นใจควรเปลี่ยนเครื่องทันทีหรือทดสอบอีกเครื่องหนึ่งว่าเป็นเหมือนกันหรือไม่

---------- 4.5 ตรวจสอบไมโครโฟนของตัวเครื่อง
-------------------- ให้ทดสอบโดยการบันทึกเสียงด้วยโปรแกรมบันทึกเสียง และทดสอบฟังเสียงที่บันทึกว่ามีความชัดเจนหรือไม่

---------- 4.6 ตรวจสอบจุดบอดของหน้าจอ
-------------------- จุดบอดสีของหน้าจอเราอาจจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กๆ แต่หากว่าจุดบอดนั้นเกิดขึ้นกลางหน้าจอหรือจุดที่ใช้งานบ่อยอาจจะสร้างความรำคาญในการใช้งานได้ ในส่วนนี้จึงขอกล่าวถึงวิธีการตรวจสอบจุดบอดบนหน้าจอด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้

--------------------• ตรวจสอบโดยใช้กล้องของเครื่องโทรศัพท์ โดยเปิดการใช้งานกล้องแล้วใช้มือปิดบัง
ที่เลนส์กล้องให้สนิท โดยที่หน้าจอจะเป็นสีดำ ให้สังเกตว่าที่หน้าจอมีสีเพี้ยนจุดเล็กๆ หรือไม่ แต่วิธีนี้จะตรวจสอบได้ไม่ทั่วทั้งหน้าจอ (รูปที่ 27) หากเป็นไปได้ควรทำตามขั้นตอน ดังต่อไปนี้

Image
รูปที่ 27: ตรวจสอบกล้อง


-------------------- • สร้างภาพสีต่างๆ ขึ้นมา เช่น ภาพสีน้ำเงิน, สีแดง, สีเขียว, สีดำ โดยใช้โปรแกรมตกแต่งภาพสร้างไฟล์ภาพขึ้น แล้วทำการส่งไฟล์ภาพนี้ไปยังโทรศัพท์เครื่องใหม่ผ่านทาง Bluetooth, Infrared แล้วทดลองเปิดภาพนี้ขึ้นมา หากไม่มีสิ่งผิดปกติแสดงว่าไม่มีจุดบอดที่หน้าจอ

-------------------- วิธีการสร้างไฟล์ภาพนี้ จะสามารถทำได้ง่ายๆ ด้วยโปรแกรม Photoshop โดยมีขั้นตอนการทำ ดังนี้
-------------------- (1) สร้างไฟล์ใหม่ขึ้นมาโดยคลิกที่เมนู File แล้วเลือกคำสั่ง New กำหนดขนาดภาพให้เป็นขนาด 176 x 208 Pixel หรือตามขนาดความละเอียดของหน้าจอในแต่ละรุ่น (รูปที่ 28)

Image
รูปที่ 28: กำหนดขนาดภาพที่จะสร้าง


-------------------- (2) กำหนดสีพื้นของภาพโดยคลิกที่ Set foreground color (รูปที่ 29)

Image
รูปที่ 29: ขั้นตอน Set foreground color


-------------------- (3) เมื่อเลือกสีที่ต้องการได้แล้วให้ใช้เครื่องมือ Paint Bucket tool เทสีลงในพื้นที่ของภาพ (รูปที่ 30)

Image
รูปที่ 30: เทสีลงในพื้นที่ของภาพ


-------------------- (4) จัดเก็บไฟล์แล้วทำการส่งไฟล์ไปยังเครื่องโทรศัพท์หรือจัดเก็บไว้ในเมมโมรี่การ์ด

-------------------- • ใช้โปรแกรมตรวจสอบการแสดงผลของหน้าจอ ซึ่งสามารถใช้ได้กับโทรศัพท์ทุกเครื่องที่สนับสนุน Java ทำให้การตรวจสอบง่ายขึ้นโดยที่ไม่ต้องสร้างไฟล์ภาพเอง โดยโปรแกรมนี้มีชื่อว่า LCD Tester จะแสดงสีที่หน้าจอแบบเต็มหน้าจอ ที่มีทั้งสีแดง, น้ำเงิน, เหลือง, ขาว และดำ ซึ่งสามารถค้นหาโปรแกรมนี้ได้โดยพิมพ์คำว่า LCD Tester ใน Google หรือค้นหาในเวบไซต์ถาม-ตอบปัญหาทั่วๆ ไปเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือ

---------- 4.7 ทดสอบภาครับสัญญาณของเครื่องโทรศัพท์
-------------------- ให้ทำการใส่ซิมการ์ดลงในเครื่องโทรศัพท์ และดูความเปลี่ยนแปลงของคลื่นสัญญาณว่ามีความคงที่หรือไม่ หากระดับสัญญาณขึ้นๆ ลงๆ ควรเปลี่ยนจุดยืนใหม่

-------------------- จากนั้นให้ทดสอบการใช้งานโทรศัพท์ด้วยการโทรออก และให้เลขหมายปลายทางรับสายเพื่อสอบถามความชัดเจนในการสนทนา ซึ่งจะเป็นการทดสอบไมล์และลำโพงไปในตัวด้วย นอกจากนี้ควรให้เพื่อนๆ ทดสอบโทรเข้ามายังเครื่องใหม่อีกครั้งและสอบถามความชัดเจนในการสนทนา ซึ่งจะเป็นการทดสอบภาครับสัญญาณ, ไมโครโฟน และลำโพงไปด้วย

---------- 4.8 ตรวจสอบปุ่มกดต่างๆ
-------------------- การตรวจสอบปุ่มกด ให้ทดลองกดปุ่มทุกๆ ปุ่มบนตัวเครื่องว่าสามารถใช้งานได้ปกติหรือไม่ ทั้งปุ่ม Keypad และปุ่มคำสั่งต่างๆ หากปุ่มใดกดไม่ติดควรรีบเปลี่ยนเครื่องใหม่ทันที (รูปที่ 31)

Image
รูปที่ 31: ทดสอบกดปุ่ม


---------- 4.9 ทดสอบหูฟัง, Small Talk
-------------------- ให้ทดสอบโดยการนำชุดหูฟังต่อเข้ากับตัวเครื่องโทรศัพท์แล้วทดสอบขยับสายที่เชื่อมต่อกับเครื่องโทรศัพท์ว่าแน่นหรือไม่ จากนั้นควรทดลองฟังเพลงต่างๆ ที่อยู่ในตัวเครื่องด้วยโปรแกรมเล่นเพลง อาจจะใช้ฟังวิทยุก็ได้ โดยใช้โปรแกรมมาตรฐานที่มาพร้อมกับตัวเครื่อง (รูปที่ 32) เพื่อเป็นการทดสอบว่าชุดหูฟังนั้นมีเสียงออกจากหูฟังทั้งสองข้างหรือไม่.. เท่านั้นยังไม่พอทดสอบโทรหาเพื่อนแล้วใช้ชุดหูฟังพูดคุยเพื่อเป็นการทดสอบไมโครโฟนหูฟังและฟังก์ชั่นของโทรศัพท์ไปในตัว

Image
รูปที่ 32: ตัวอย่างโปรแกรมฟังเพลง


---------- 4.10 ตรวจสอบและทดลองใช้งานเมมโมรี่การ์ด
-------------------- คุณอาจจะตกใจในขณะที่คุณถ่ายโอนข้อมูล, เพลงลงในเมมโมรี่การ์ดว่าทำไมหน่วยความจำถึงเต็มเร็ว ทั้งๆ ที่คุณใส่ข้อมูลไปได้ไม่มาก คุณจึงควรตรวจสอบความจุของเมมโมรี่การ์ดว่ามีขนาดความจุเท่าที่กำกับไว้หรือไม่ ซึ่งในตัวเครื่องโทรศัพท์จะมีฟังก์ชั่นตรวจสอบพื้นที่หน่วยความจำอยู่ (รูปที่ 33) อาจจะต่างกันเพียงนิดเดียว 1 – 3 เมกกะไบต์สำหรับเมมโมรี่การ์ดบางแผ่น

Image
รูปที่ 33: ฟังก์ชั่นตรวจสอบพื้นที่เมมโมรี่การ์ด


-------------------- จากนั้นให้ทดสอบโอนถ่ายข้อมูล หรือบันทึกข้อมูลลงในเมมโมรี่การ์ด อาจจะเลือกใช้วิธีการถ่ายภาพ, ถ่ายวิดีโอคลิปจัดเก็บไว้ในเมมโมรี่การ์ดก็ได้ แต่อย่าลืมตั้งค่าให้จัดเก็บลงในเมมโมรี่การ์ดด้วย (รูปที่ 34) พร้อมทั้งทดสอบเปิดไฟล์ที่ถ่ายว่าจัดเก็บได้จริงๆ หรือไม่.. เพื่อป้องกันในเรื่องเมมโมรี่การ์ดเสีย สำหรับเมมโมรี่การ์ดใหม่นั้นจะไม่ถูกตั้งรหัสผ่านใดๆ และไม่มีข้อมูล

Image
รูปที่ 34: กำหนดจัดเก็บภาพถ่ายลงเมมโมรี่การ์ด


---------- 4.11 ตรวจสอบร่องรอยการใช้งาน
-------------------- หากคุณได้ตรวจสอบตัวเครื่องพร้อมทดลองใช้งานตามวิธีดังกล่าวข้างต้นแล้ว นับได้ว่าคุณจะได้เครื่องใหม่ไปมากกว่า 80% แล้ว แต่ก็ไม่แน่นอนเสมอไปว่าอุปกรณ์และเครื่องโทรศัพท์ทุกอย่างดูใหม่หมด คุณอาจจะเจ็บใจทีหลังเมื่อคุณได้รู้ว่ามีรูป, ข้อความ SMS หรือข้อมูลต่างๆ ของบุคคลอื่นอยู่ในโทรศัพท์เครื่องใหม่ของคุณ ดังนั้นจึงควรตรวจสอบ Software ภายในแบบเบื้องต้นด้วยเพื่อความไม่ประมาท..

--------------------ค้นหาโปรแกรมแปลกปลอม : ให้ทดสอบเข้าไปในเมนูของเครื่องโทรศัพท์และตรวจตราว่ามีไอคอนโปรแกรมแปลกๆ ในหน้าจอเมนู นอกเหนือจากโปรแกรมมาตรฐานในตัวเครื่องหรือไม่ ซึ่งวิธีการตรวจสอบนี้ เราจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับโปรแกรมมาตรฐานภายในตัวเครื่องบ้างพอสมควร หรืออาจจะสอบถามกับคนรอบข้างที่ใช้รุ่นนั้นๆ ก่อนก็ได้ (รูปที่ 35)

Image
รูปที่ 35: ตัวอย่างหน้าจอเมนู


--------------------ค้นหาภาพถ่าย : โทรศัพท์ที่มีกล้องดิจิตอลในตัวจะสามารถเก็บภาพถ่ายลงในหน่วยความจำเครื่องและเมมโมรี่การ์ดได้ ดังนั้นควรตรวจสอบให้ละเอียดว่ามีไฟล์ภาพแปลกปลอมอยู่ในเครื่องเราหรือไม่.. ซึ่งส่วนมากสามารถเรียกดูได้จากเมนู Gallery, Image (แล้วแต่รุ่นจะมีเมนูที่แตกต่างกันออกไป) หากพบไฟล์ภาพถ่ายควรสงสัยไว้ว่าเครื่องนั้นอาจจะถูกใช้งานมาก่อน (รูปที่ 36)

Image
รูปที่ 36: ค้นหาภาพใน Gallery


-------------------- สำหรับเครื่องศูนย์ฯ บางศูนย์อาจจะมี Contents ต่างๆ แถมมาอยู่ในตัวเครื่อง/เมมโมรี่การ์ด ซึ่งอาจจะพบคลิปวิดีโอ, ไฟล์ภาพ (รูปที่ 37) ดังนั้นก่อนการเลือกซื้อควรศึกษาข้อมูลให้ละเอียดก่อน โดยสามารถสอบถามได้จากพนักงานขายของศูนย์ต่างๆ หรือสอบถามผ่าน Call Center ก็ได้เช่นกัน

Image
รูปที่ 37: ตัวอย่าง Contents เครื่องศูนย์ AIS


--------------------ค้นหาข้อความใน Inbox : ข้อความหวานๆ อาจจะสะดุดตาคุณขึ้นมา ในเมื่อคุณไม่เคยส่งข้อความหวานแบบนี้ให้ใคร และอาจจะโชคร้ายซ้ำสองเมื่อแฟนคุณเปิดพบ ดังนั้น คุณควรจะเข้าไปตรวจสอบข้อความต่างๆ ทั้งในโฟลเดอร์ Inbox, Sent, Draf ก่อนที่จะนำโทรศัพท์เครื่องนั้นเป็นของคุณ หากเป็นเครื่องใหม่จะไม่พบข้อความใดๆ (นอกจาก Contents ที่แถมมากับเครื่องศูนย์ฯ) ดังรูปที่ 38

Image
รูปที่ 38: ค้นหาข้อความแปลกๆ ใน Messages


-------------------- ค้นหาข้อความโน้ตและตารางนัดหมาย : นอกจากข้อความใน Inbox หรือในเมนู Messages แล้ว จะต้องสำรวจสิ่งแปลกปลอมที่บันทึกอยู่ใน Calendar, Contacts, Note, To-do ด้วย ซึ่งใน Calendar อาจจะค้นหายากหน่อย ในจุดนี้แนะนำให้สุ่มตรวจดีกว่าครับ..

---------- 4.12 ทดสอบการทำงานของแบตเตอรี่และอุปกรณ์ชาร์ต
-------------------- สำหรับการตรวจสอบแบตเตอรี่และอุปกรณ์การชาร์ตไฟ อาจจะต้องทดสอบหลังจากจ่ายเงินซื้อเครื่องมาแล้ว ว่ากันง่ายๆ ก็คือต้องมาชาร์ตไฟที่บ้านนั่นเอง

--------------------ตรวจสอบประสิทธิภาพแบตเตอรี่ : การตรวจสอบแบตเตอรี่ว่าสามารถใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพความจุหรือไม่เราจะต้องทำการชาร์ตแบตเตอรี่ให้เต็มเสียก่อน ซึ่งระหว่างการชาร์ตเราจะต้องหมั่นตรวจสอบความเปลี่ยนแปลงบนหน้าจอเครื่องโทรศัพท์ด้วย ว่าสถานะของแบตเตอรี่กำลังชาร์ตอยู่ (อาจจะเป็นขีดเลื่อนขึ้น ขณะชาร์ตไฟ) หากไม่พบความเปลี่ยนแปลงใดๆ ขณะชาร์ตไฟควรตรวจสอบปลั๊กไฟและขั้วที่ชาร์ตไฟว่าชำรุดหรือไม่ หรือทดลองนำอุปกรณ์การชาร์ตไฟอื่นมาทดสอบ (เฉพาะรุ่นที่สามารถใช้ร่วมกันได้ เช่น NOKIA) ปัญหาดังกล่าวอาจจะเกิดจากอุปกรณ์ชาร์ตไฟ (รูปที่ 39, 40)

Image
รูปที่ 39: เสียบสายชาร์ตเข้ากับเครื่องโทรศัพท์

Image
รูปที่ 40: หน้าจอเมื่อเสียบสายชาร์ต


--------------------ตรวจสอบแบตเตอรี่แท้หรือไม่ : สำหรับแบตเตอรี่ของโนเกียจะมีสติ๊กเกอร์ Hologram ติดอยู่กับตัวแบตเตอรี่ ซึ่งสติ๊กเกอร์นี้จะต้องมีโลโก้โนเกียกำกับไว้ และจะมีแถบสีดำคาดไว้ที่ตัวสติ๊กเกอร์ โดยจะมีขั้นตอนการตรวจสอบง่ายๆ คือ
-------------------- (1) หากมองไปที่สติ๊กเกอร์จะเห็นเป็นรูปมือประสานกันเหมือนตอนเปิดเครื่อง และมีโลโก้กำกับไว้ (รูปที่ 41)

Image
รูปที่ 41: โลโก้และรูปมือประสานกัน


-------------------- (2) ทดสอบหมุนแบตเตอรี่ไปในด้านต่างๆ จะเห็นจุดเล็กๆ 1, 2, 3 และ 4 จุด รอบๆ โลโก้ (รูปที่ 42 – 46)

Image
รูปที่ 42: จุดเล็กๆ ด้านซ้ายข้างโลโก้ 1 จุด

Image
รูปที่ 43: จุดเล็กๆ ด้านขวาข้างโลโก้ 2 จุด

Image
รูปที่ 44: จุดเล็กๆ ด้านล่างข้างโลโก้ 3 จุด

Image
รูปที่ 45: จุดเล็กๆ ด้านบนโลโก้ 4 จุด


-------------------- (3) ขูดแถบสีดำบนสติ๊กเกอร์ Holygram จะพบกับรหัส 20 หลัก (รูปที่ 46) ซึ่งจะเป็นตัวเลขทั้งหมด แล้วตรวจสอบที่เวบไซต์ http://www.nokiaoriginals.com/check

Image
รูปที่ 46: รหัส 20 หลักบนแบตเตอรี่โนเกีย


-------------------- เมื่อพิมพ์รหัสทั้ง 20 หลักเพื่อตรวจสอบแบบ Online ผ่านเวบไซต์แล้ว หากเป็นแบตเตอรี่ของโนเกียแท้จะขึ้นข้อความดังรูปที่ 47 แต่หากเป็นของปลอมจะขึ้นข้อความดังรูปที่ 48

Image
รูปที่ 47: รหัสของแบตเตอรี่ถูกต้อง (แท้)

Image
รูปที่ 48: รหัสของแบตเตอรี่ไม่ถูกต้อง (ปลอม)


** ภาพประกอบบางส่วนนำมาจาก www.nokiaoriginal.com

บทสรุป
สำหรับวิธีการตรวจสอบก่อนการซื้อเครื่องใหม่ที่ได้กล่าวไว้ทั้ง 4 ข้อใหญ่ข้างต้น จะเป็นวิธีการตรวจสอบเบื้องต้นตามมาตรฐ


Share on Facebook Share on Twitter Share on MySpace
Top
 Profile  
Display posts from previous:  Sort by  
Reply to topic  [ 1 post ] 

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 2 guests


Jump to:  
You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum



Google
All Smart-Mobile.com

บทความ รีวิว หน้าจอส่วนหนึ่งส่วนใด กระทู้หรือโพสต่างๆ ของเวบเป็นลิขสิทธิ์ของผู้เขียน และเวบ Smart-Mobile.com หากต้องการนำไปเผยแพร่กรุณาติดต่อเจ้าของลิขสิทธิ์ก่อน
Notice:Nothing on this site is illegal. any applications or data obtained from this site should be considered useable for informational purposes only. any improper use of the information herein is the responsibility of the visitor and in no way can the operator of this site, nor the hosting company be held responsible... i always have, and always will, buy the applications that i use. supporting good developers is as important as discouraging the bad ones.
Copyright © 2003-2004 www.smart-mobile.com
Webmaster : วิโรจน์ เรืองแสงศิลป์


Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group


Micro SIM เติมเงิน ออนไลน์ เติมเงิน ออนไลน์

PixThai