อ้อ Chillispot จะทำตัวมันเองเป็น DHCP Server ดังนั้นท่านต้องไม่ใช้ dhcpd น่ะครับ ปิด DHCP Server ไปเลยยกให้เป็นหน้าที่ของ Chillispot เท่านั้น
เมื่อครั้งติดตั้ง chillispot มันจะให้เราใส่โน่นใส่นี่งั้นให้กรอกตามที่ผมแนะนำน่ะครับ
เนื่องจากเรานำทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ในเครื่องเดียวกัน เราจึงกำหนด IP Address เป็น 127.0.0.1 ซึ่งคือ IP Address ที่ใช้ในการสื่อสารภายในเครื่องเดียวกันระหว่างโปรแกรม ส่วนการกำหนด IP Address ให้เป็น IP Address อื่นสามารถทำได้ครับเพียงแค่เปลี่ยนจาก 127.0.0.1 เป็น 192.168.1.254 ซึ่งเป็น Static IP Address ของ eth0 เป็นต้น หรือจะเป็น IP Address จริงก็ย่อมได้ครับ
radius server 1 & 2 :
127.0.0.1 (มันคือ localhost เราจะใช้ radius server ซึ่งอยู่ในเครื่องเดียวกันทั้งหมด เพราะ Chillispot นอกจากต้องทำงานร่วมกับ เวปเซอร์เวอร์นั่นคือ Apache2 แล้วยังต้องทำงานร่วมกันกับ Radius Server ซึ่งก็คือ freeradius 1.1.7 ด้วยครับ)
radius secret :
radiussecret (มันคือรหัสผ่านของ radius server ซึ่งเราใช้รหัสผ่านว่า radiussecret ก็แล้วกันน่ะครับจะได้ไม่งงและปะติดปะต่อโครงงานได้)
Ethernet interface for DHCP to Listen :
เลือกกรอก eth1 เพราะเราจะให้ eth1 ต่อกับ LAN หรือ WLAN ซึ่งจ่าย IP Adddress โดยทำตัวเป็น DHCP ของระบบในโครงงานของเรา อีกทั้งใช้สำหรับการ Authentication แบบ Captive Portal ผ่านอินเตอร์เฟซ eth1 ซึ่งตามตรรกะมันจะมีอินเตอร์เฟชซึ่งทำหน้าที่เป็น Switch เปิดปิดการใช้งานผ่าน tun0 อีกทีหนึ่งครับ
URL of UAM server :
https://192.168.9.1/cfg-bin/hotspotlogin.cgi ## เอาล่ะหวังว่าระบบ LAN ของเดิมที่รับ DHCP จาก eth0 จะไม่ใช่วง LAN เดียวกันกับที่ผมยกตัวอย่างน่ะครับ ผมเลือก LAN เป็นวง Class C 192.168.9.0/24 ครับซึ่งเราเตอร์ตามท้องตลาดน่าจะไม่ซ้ำกัน ส่วนในกรณีเราต่อด้วย PPPoE ได้ IP Address เป็น IP จริงก็หมดปัญหาโดยปริยายครับ
URL of UAM Homepage:
https://192.168.9.1/welcome.html ##ตัวไฟล์ HTML ธรรมดา welcome.html เราทำเองได้น่ะครับ แปะเอาไว้ก่อนไว้ค่อยมาบอกทีหลังไฟล์นี้เป็น optional ครับมันก็คือหน้าแรกสำหรับต้อนรับเข้าสู่ระบบเท่านั้นเองครับ
Shared password between chillispot and webserver :
uamsecret ###นี่คือรหัสผ่านซึ่งเจ้า cgi script ของ Chillispot นั้นมีคำสั่งเพื่อติดต่อกับ Apache Webserver ครับ ดังนั้นในรหัสผ่านนี้จะต้องตรงกับกับใน script cgi ที่ชื่อว่า hotspotlogin.cgi น่ะครับ จะตั้งเป็นอย่างอื่นก็ได้แต่ต้องตรงกันครับ ส่วน SCRIPT cgi แก้ไขได้ครับสำหรับคนที่เขียน cgi เป็นอยู่แล้วครับ ก็จะทำให้สวยงามขึ้นมีข้อความและรูปภาพที่เราต้องการ
ทำการเปิดระบบ Chillispot Captive Portal ด้วยการ edit config file ของ chillispot ดังนี้
nano -w /etc/default/chillispot
ENABLED=1 (ให้เป็น 1 น่ะครับ ถ้าเป็น 0 แสดงว่าปิดระบบอยู่)
ส่วน Config file ของ Chillispot ซึ่งเราได้กรอกตอนติดตั้งตัวโปรแกรมแล้วจัดเก็บอยู่ที่ /etc/chilli.conf น่ะครับ เข้าไปแก้ไขได้ภายหลังครับ แม้ว่าจะพิมพ์หรือใส่ตามด้านบนผิดก็ตามครับ