iPhone แกะกล่องออกมาสามารถทำอะไรได้บ้าง?

หน้าจอเมื่อเปิดเครื่องที่ยังไม่ได้ทำการปลด Lock

Emergency Call only
สามารถใช้ Emergency Call ได้เท่านั้นครับ เราเลยต้องมาปลด Lock กันสักหน่อย ถึงแม้ว่าหลายเวบเขาทำวิธีการมาให้ดูกันหมดแล้วลองมาดู Style ผมกันหน่อย (ขั้นตอนคงไม่ต่างกันหรอกน่ะ เพราะผมก็ใช้ anySIM เหมือนกัน)
มาดู Basic Function สำหรับเครื่อง iPhone ก่อนการปลด Lock กัน
- การเปิดเครื่อง : โดยการกด Power ค้างไว้ เครื่องจะสั่น 2 จังหวะ แล้วเข้าสู่หน้าจอปกติ

การปิดเครื่อง โดยการกด Power ค้างไว้ แล้วเลื่อน Slide สีแดง
- การปิดเครื่อง : ทำโดยการกดปุ่ม Power (ปุ่มด้านบน) ค้างไว้จนปรากฎ Slide สีแดง ถ้าจะปิดเครื่องก็เลื่อน Slide สีแดงตัวนี้ไปทางขวา
- เข้าสู่ Recovery Mode : ให้เสียบสาย USB เข้ากับ iPhone และ PC จะปรากฏรูป Logo Apple สีเทา ให้ทำการกดปุ่ม Power+ปุ่ม Home ค้างไว้ (อย่าปล่อยมือ) จนกว่า iPhone จะแสดงเครื่องหมายสามเหลี่ยมสีเหลือง และแจ้งว่า “Please Connect to iTunes” ซึ่งเครื่อง iPhone จะมีการ Reset ประมาณ 2-3 ครั้ง ก็จะเข้าสู่ Recovery Mode ซึ่งจะใช้ในกรณีที่ต้องการ Restore Firmware หรือ Upgrade Firmware
- ออกจาก Recovery Mode : ให้กดปุ่ม Power ค้างไว้สักครู่ iPhone ก็จะทำการ Restart แล้วกลับสู่ Normal Mode
- Field Test ทำได้โดยกด *3001#12345#* แนะนำโดยคุณ gongism
- การ Reset เครื่องในกรณีเครื่องค้าง โดยการกด Power + Home จนหน้าจอดับ
ก่อนการปลด Lock เรามาดูการ Restore Firmware กันก่อนหากไม่สนใจการ Restore ก็สามารถข้ามไปทำการปลด Lock ขั้นที่ 1 ได้เลยนะครับ
D/L Firmware ทุก Version
http://www.thaiiphone.com/forum/viewtop ... f=17&t=127- ทำการปิดเครื่อง iPhone ก่อนโดยการกดปุ่ม Power ค้างจนหน้าจอปรากฏ Slide สีแดง แล้วทำการเลือน Slide เพื่อปิดเครื่อง
- ทำการติดตั้ง iTunes ก่อนมิเช่นนั้นเครื่อง PC จะไม่รู้จัก iPhone โดย iTunes ที่ผมใช้จะเป็น 7.4.2 (สามารถใช้ได้ตั้งแต่ 7.3)
- เสียบสาย USB เข้ากับ iPhone และ PC จะปรากฏรูป Logo Apple สีเทา ให้ทำการกดปุ่ม Power+ปุ่ม Home ค้างไว้ (อย่าปล่อยมือ) จนกว่า iPhone จะแสดงเครื่องหมายสามเหลี่ยมสีเหลือง และแจ้งว่า “Please Connect to iTunes” ซึ่งเครื่อง iPhone จะมีการ Reset ประมาณ 2-3 ครั้ง ก็จะเข้าสู่ Recovery Mode หากต้องการออกจาก Recovery Mode ก็ให้กดปุ่ม Power ค้างไว้สักครู่ iPhone ก็จะทำการ Restart
- ทำการเปิด iTunes ซึ่ง iTunes ก็จะแจ้งว่าต้องการ Restore ก็ให้ทำการกด Shift + ปุ่ม Restore
- iTunes ก็จะทำการ Download Firmware มาให้รอจนเสร็จ ก็เป็นอันเสร็จสิ้นการ Restore iPhone
ในกรณีที่เรามี Firmware หลาย Version และต้องการเลือก Version ในการ Restore ให้ทำดังนี้ทำการเชื่อมต่อ iTunes กับ iPhone แล้ว กดปุ่ม Shift บน Keyboard + ปุ่ม Restore บน iTunes แล้วไปเลือก Firmware ที่ต้องการก็ได้ครับ
Firmware ในเครื่อง PC จะเก็บไว้ที่
- WinXP --> C:\Documents and Settings\...ชื่อ User ของคุณ...\Application Data\Apple Computer\iTunes\iPhone Software Updates
- Vista --> C:\Users\...ชื่อ User ของคุณ...\AppData\Roaming\Apple Computer\iTunes\iPhone Software Updates
- Mac --> ‘~\Library\iTunes\iPhone Software Updates
[hr]
ขั้นตอนที่ 1 : ติดตั้ง AppTapp InstallerQuote:
Quote:
หาก AppTabb Download ช้าให้ทำการ Download File มาก่อนโดย
Download
Firmware 1.0.2 แล้วไปใส่ไว้ที่
WinXP --> C:\Documents and Settings\...ชื่อ User ของคุณ...\Application Data\Apple Computer\iTunes\iPhone Software Updates
Vista --> C:\Users\...ชื่อ User ของคุณ...\AppData\Roaming\Apple Computer\iTunes\iPhone Software Updates
Mac --> ‘~\Library\iTunes\iPhone Software Updates
- ทำการต่อสาย USB iPhone กับ PC ให้เรียบร้อย
- ทำการเปิด iPhone ให้มารออยู่ที่หน้า Activate iPhone
- ปิด iTune.exe และ iTuneHelper.exe (ตามขั้นตอนการ Restore ด้านบน) *** ถ้าไม่ปิด หรือ ปิดไม่สมบูรณ์ จะไม่สามารถผ่าน Step 1 ได้ ***
- ทำการ run โปรแกรม โดยการ Double Click ที่ File AppTappInstaller.exe จะได้หน้าจอการทำงานของโปรแกรม ทำการกด Continue
- ทำการเลือก Firmware 1.0.2 แล้วกด Install
ตรงนี้หลายๆเวบบอกว่าต้องดู Firmware ในเครื่องแล้วเลือกให้ตรงกัน แต่เครื่องที่ยังไม่ Activate จะไม่สามารถเข้าไปดู Version ของ Firmware ได้ ตรงนี้โดยส่วนตัวผมคิดว่า ตัว AppTapp Installer มันต้องการถามเราว่าเราต้องการ Firmware Version ไหนมากกว่าน่ะ ซึ่งถ้ามี Firmware มาใหม่ก็คงมาอยู่ใน List ให้เราเห็น
- AppTapp Installer จะทำการ Download File มาซึ่งจะช้า หรือเร็วก็อยู่ที่เนทของคุณแล้ว
- เมื่อ Download มาจนเสร็จก็จะทำการ Transfer เข้าไปใน iPhone โดยอัตโนมัติ ในขณะที่ Transfer ข้อมูลอยู่นั้น iPhone ก็จะเข้าสู่หน้าจอ Recovery Mode โดยอัตโนมัติ และเมื่อเสร็จก็จะ Restart เครื่องเอง แล้วกลับมาที่หน้าจอ Activate อีกครั้ง
- AppTapp Installer จะทำงานจนเสร็จ สังเกตคำว่า Complete ก็ปิด AppTapp installer โดยการกดที่ Close *** แถบ Status อาจจะมาไม่สุดด้านขวา ***
เสร็จขั้นตอนนี้เครื่อง iPhone ยังคงอยู่ในสถานะ Not Activate เหมือนเดิมนะครับ ยังไม่มีหน้าจอที่เปลี่ยนไปจากเดิม[hr]
ขั้นตอนที่ 2 : ทำการ Activate เครื่องและ YouTubeเมื่อทำการ Activate เครื่องในขั้นตอนนี้เรียบร้อยแล้ว เครื่อง iPhone ก็จะสามารถใช้งานได้ทุก Function
ยกเว้น Function ที่ต้องใช้สัญญานโทรศัพท์Quote:
- เมื่อ Download File มาแล้วให้ทำการแตก File ออก จะเห็น File ที่ชื่อว่า (CLICK HERE) activate.bat ให้ทำการ Double Click
- จะเข้าสู่หน้าจอการทำงานใน DOS Mode ให้ทำการกด Keyboard เพื่อเริ่มทำงาน ซึ่งถ้ามันค้างที่หน้าจอ Waiting iPhone แสดงว่าคุณยังทำขั้นที่ 1 ไม่ผ่านให้กลับไปทำ Step 1 ใหม่ครับ
- เมื่อโปรแกรมทำงานเสร็จก็จะแจ้งให้ทำการ Restart iPhone ก็ให้ทำการกดปุ่ม Power ค้างไว้จนมี Slide สีแดงก็ทำการปิดเครื่อง แล้วทิ้งไว้สัก 15 วินาที
- ทำการเปิดเครื่องใหม่คราวนี้ iPhone ของคุณก็จะเข้าสู่หน้า Home ได้ และใช้งานได้ยกเว้น Function โทรศัพท์
หมายเหตุ : ใน Folder ของโปรแกรม จะมี reverse.bat ใช้ในกรณีที่ต้องการกลับไปสู่สถานะก่อนหน้านี้ เราสามารถใช้ reverse.bat ในการทำได้
[hr]
ขั้นตอนที่ 3 : ติดตั้ง ibrickr เพื่อช่วยให้สามารถควบคุม iPhone จาก PCQuote:
ทำการ Download โปรแกรม ibrickr มาแล้วจัดการแตก File ออกมาจะได้ Folder ของโปรแกรม ibrickr ในนั้นจะมี ibrickr.exe ให้ทำการ Double Click ที่ File นี้ หรือจะทำ Shortcut ไว้ที่ Desktop ของเราเลยก็ได้เพื่อความสดวก

หน้าตาของโปรแกรม ibrickr ในกรณที่ไม่ได้เชื่อมต่อ iPhone

หน้าตาของโปรแกรม ibrickr ในกรณที่เชื่อมต่อ iPhone แล้ว
เราจะใช้โปรแกรมนี้ในการติดตั้งโปรแกรม หรือ การทำงานอื่นๆเช่น การใส่ Ringtones การจัดการเรื่อง Sounds Event และจัดการ Files ต่างๆในเครื่องแบบ File Manager เมื่อทำการเชื่อมต่อแล้วก็ทำการติดตั้ง ibrickr ใน iPhone โดย
- Click เลือกที่ Applications
- Click ที่ Install PXL
- โปรแกรมจะแจ้งให้ Restart เครื่อง iPhone ให้ทำการ Restart โดยให้ค้างหน้าจอ ibrickr ไว้ที่ตรงนี้รอจน iPhone เปิดเครื่องมาก่อนแล้วค่อยกด Continue
- หลังจาก iPhone เปิดมาแล้ว ก็ Click ต่อที่ Continue โปรแกรมจะแจ้งให้ Restart เครื่อง iPhone อีกครั้ง ให้ทำการ Restart เครื่อง iPhone ก่อนโดยยังคงค้างที่หน้าจอ ibrickr นี้ไว้ ซึ่งเมื่อ Restart iPhone มาแล้วเราสามารถ Click ที่ปุ่ม Check for PXL เพื่อติดตั้ง anySIM จากน้าจอนี้เลยก็ได้
- พร้อมใช้งานแล้ว
[hr]
ขั้นตอนที่ 4 : การปลด Lock SIM ด้วย anySIM 1.02Quote:
- ทำการติดตั้งโปรแกรม anySIM ผ่านทาง ibrickr โดยการ Click ที่ Install From PXL File
- ทำการเลือก anySIM.pxl แล้ว Open
- รอสักครู่โปรแกรม anySIM ก็ไปปรากฎบน Home Screen
- Icon anySIM
- แต่ก่อนการปลด Lock เรามาป้องกันเครื่อง Lock อัตโนมัติกันก่อน ด้วยการแตะไปที่ Setting --> General --> Auto-Lock --> Never
- ทำการแตะที่ Icon anySIM จะเข้าสู่หน้าจอโปรแกรม แล้วแตะ OK
- หน้าจอเตรียมการปลด Lock ให้เลื่อ Slide ไปทางขวาเพื่อเริ่มทำการปลด Lock
- ข้อตกลง ให้เลื่อนลงไปจนสุด
- จะปรากฏปุ่ม OK สีแดง ให้ทำการกดลงไป สักคู่โปรแกรมก็จะเริ่มทำงาน (อาจจะต้องรอสักครู่)
- เสร็จแล้ว ให้กด OK
- ทำการปิดเครื่องแล้วเปลี่ยน SIM ได้เลย บ๋าย...บาย... AT&T แต่ช้าก่อน SIM AT&T อย่าทิ้งนะครับ เผื่อว่าอนาคตจำเป็นต้องใช้งาน
- Welcome DTAC....
[hr]
Optional