Review : Nokia N96
โพสโดย : Wiroj | หมวด : Nokia Phone, Review

ทุกครั้งที่ Nokia ออกรุ่นใน Nseries มาก็สามารถทำให้ผู้บริโภคเกิดการตื่นตัว อยากรู้อยากเห็นว่าเจ้ามือถือตัวใหม่ใน Nseries ของ Nokia จะมีหน้าตาอย่างไร และมีฟังก์ชันใช้งานอะไรบ้าง สำหรับ Nokia N96 ตัวนี้นับได้ว่าเป็น “multimedia monster” เลยทีเดียว อย่างไรก็ตามจากการที่มันวางตลาดช้ากว่ากำหนด การซื้อเครื่องรุ่นนี้ก็ทำให้หลาย ๆ คนกลัวว่าเมื่อซื้อมาแล้วจะตกรุ่นไวไปหน่อย


Nokia ค่อนข้างประสบความสำเร็จจากรุ่น N95 8GB ส่วนเจ้า N96 ตัวนี้ได้เพิ่มความสามารถบางอย่างให้มากกว่าตัวก่อนขึ้นไปอีก แต่ในขณะเดียวกันก็มีข้อด้อยในเรื่องแบตเตอรี่ กับการลดความสามารถของ CPU ใน Nokia N96 ก็ยังเป็นคำถามที่ต้องการคำตอบอยู่เหมือนกัน
spec ของ Nokia N96:
- หน้าจอขนาด 2.8″ สามารถแสดงสีได้ 16 ล้านสีแบบ TFT LCD display QVGA resolution
- กล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อม autofocus แฟลชแบบ dual-LED flash และ AF assist light
- Built-in DVB-H TV tuner
- Symbian OS 9.3 ใช้ User Interface ของ S60 3.2 UI
- Dual ARM 9 264 MHz CPU มีหน่วยความจำ RAM ขนาด 128 MB
- รองรับระบบ 3G กับ HSDPA
- Quad-band GSM support
- Wi-Fi ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบบ UPnP
- มี Built-in GPS
- ฝาสไลด์สองทิศทาง เพื่อให้สะดวกในการเล่นเกมส์ และฟังเพลงมากยิ่งขึ้น
- มีหน่วยความจำ onboard มาให้ 16GB
- microSD card slot รองรับการใช้งาน microSDH
- Built-in accelerometer สามารถสลับการใช้งานแนวตั้ง และ landscape ได้อัตโนมัติ
- 3.5 mm audio jack
- TV out
- Stereo FM Radio กับ RDS
- มีที่ชาร์จไฟในรถแถมมาให้พร้อมเครื่อง
- ถ่ายวีดีโอแบบ VGA video recording ได้ที่ 30 เฟรมต่อวินาที
- ช่องเสียบ USB และเชื่อมต่อ Bluetooth v2.0
ข้อด้อย:
- แบตเตอรี่ใช้งานติดต่อกันได้ไม่นานนัก
- ไม่มีที่ปิดเลนส์ของกล้องดิจิตอล
- ออกแบบใกล้เคียงกับ N81
- ไม่มี office document editing แถมมาให้ ต้องซื้อต่างหาก
- ไม่สามารถชาร์จไฟผ่าน USB port เมื่อเสียบกับคอมฯได้
- ปุ่มกล้องดิจิตอล ทำออกมาไม่น่าประทับใจ
- keypad ตัวเลข “look cheap” ไปหน่อย
- ราคาแพงอย่างไม่สมเหตุผล
Nokia N96 ถูกผลิตออกมาให้เป็นตัว top สุดในของ Nokia multimedia ซึ่งรองรับการใช้งานด้าน multimedia ได้ครบครัน มีการ upgrade ให้เหนือกว่ารุ่นก่อนคือ Nokia N95 เล็กน้อย เช่น music keys หรือปุ่มกดเล่นเพลงด้านหน้าของตัวเครื่อง, Navi wheel, และ dual-LED flash อย่างไรก็ตามก็มีด้านลบของรุ่นนี้เหมือนกันคือ ตัว CPU มีการลดความสามารถลงเล็กน้อย แต่เรายังไม่เห็นผลกระทบด้านการใช้งานจากการลดความสามารถของ CPU

ขาตั้งแบบ kick stand ที่เพิ่มเข้ามาเพื่อให้สะดวกในการดูหนังจากเครื่องมากยิ่งขึ้น

ด้านหลังของเครื่องมีกล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล dual-LED flash ไม่มีฝาปิดเลนส์
แกะกล่อง Nokia N96


Nokia N96 เป็นรุ่นแรกของทาง Nokia ที่แถมสายชาร์จในรถยนต์มาให้ใน package ส่วนตัว handsfree เป็นแบบสองชิ้นที่ต้องนำมาต่อกัน ชิ้นนึงเป็น remote control เพื่อใช้ควบคุมการทำงาน multimedia รวมทั้งการรับสาย หรือโทรออก อีกชิ้นนึงเป็นหูฟัง ซึ่งมีขนาดหลายขนาดให้สามารถเปลี่ยนหัวหูฟังได้ เพื่อให้เหมาะกับขนาดหูของคุณ
Nokia N96 มีการเชื่อมต่อ cable มาให้สองทาง ทางหนึ่งคือผ่าน microUSB ซึ่งใช้สำหรับ data transfer และอีกทางหนึ่งคือผ่านสาย CA-75U TV-out เพื่อต่อสัญญาณออกไปสู่ทีวีของคุณได้
ใน package ที่มาในกล่องมีที่ชาร์จแบตเตอรี่แบบ wall-charge หรือ DC charger คู่มือการใช้งานพร้อม CD และ PC sync software ซึ่งคุณต้องนำ software นี้ไปลงที่เครื่องคอมพิวเตอร์ คุณจึงจะสามารถเชื่อมต่อมือถือเครื่องนี้กับคอมพิวเตอร์ของคุณได้ นอกจากนี้ยังมี activation code สำหรับเกมส์ Tertis ในรุ่น N-gage ซึ่งคุณสามารถ activate เพื่อเล่นเกมส์นี้ได้ฟรี
การออกแบบและโครงสร้าง
Nokia N96 วัดขนาดได้ 103 x 55 x 18 mm. มีปริมาตรสุทธิเท่ากับ 92 cc. ซึ่งทำให้มันมีขนาดยาวกว่า Nokia N95 8GB เล็กน้อย (แต่บางกว่า) ถ้าจะเทียบกับคู่แข่งอย่าง Samsung i8510 INNOV8 แล้วตัวเครื่องทั้งสองรุ่นมีขนาดใกล้เคียงกันมาก แต่ถ้าจะเทียบน้ำหนักแล้ว Nokia N96 หนักกว่าพอตัวเลยทีเดียว ซึ่งถ้าคุณจะใส่มันลงในกระเป๋าเสื้อ ก็คงต้องมีกระเป๋าเสื้อที่ใหญ่ซักหน่อยจึงจะใส่ได้พอดี น้ำหนักของ Nokia N96 ที่วัดได้คือ 125g เรียกได้ว่าหนักเอาอยู่เหมือนกัน สำหรับโทรศัพท์มือถือที่มีขนาดใกล้เคียงกัน
หากจะว่าไปแล้วการออกแบบ Nokia N96 ก็เหมือน version ที่มีขนาดใหญ่กว่าของ N81 ซึ่งแน่นอนว่ามีผู้บริโภคจำนวนมากที่ชอบ concept การออกแบบเช่นนี้ แต่การออกแบบที่ใกล้เคียงกันเกินไปก็เป็นข้อเสียเช่นเดียวกัน สำหรับผู้่บริโภคที่ต้องการความแตกต่างด้าน design
Nokia N96 มีหน้าจอขนาด 2.8 นิ้ว ซึ่งกินพื้นที่เกือบทั้งหมดของด้านหน้าเครื่อง เหนือขึ้นไปด้านบนเป็น earpiece และกล้องตัวที่สองเพื่อใช้งาน video-call แต่ทว่าไม่มี ambient light sensor ดังที่เรามักเห็นใน N-series

จากภาพจะเห็นว่า Nokia N96 ไม่มี ambient light sensor เหมือนรุ่นอื่นใน N-series
การออกแบบปุ่มตัวเลขกดและใช้งานได้ยาก ต้องใช้เวลาทำความคุ้นเคยซักนิดหนึ่งจึงจะคล่อง ส่วนวัสดุของตัวเครื่อง เป็นพลาสติกเกือบทั้งหมด ทำให้มันดูค่อนข้าง “look cheap” ด้วยวัสดุในการทำตัว body ที่เป็นพลาสติกเกือบทั้งหมดแบบนี้ ทำให้ขัดแย้งกับราคาขายที่ตั้งอยู่ประมาณ $700
การออกแบบปุ่มกดด้านหน้ามีความใกล้เคียงกันกับ Nokia N95 8GB ซึ่งเน้นหน้าจอที่มีขนาดใหญ่เช่นเดียวกัน และใช้ปุ่มด้านหน้าเป็นแบบ navigation key หรือ D-pad ปุ่มตัวเลขบน keypad มีขนาดเล็ก และใช้งานไม่สะดวก และปุ่มที่ใช้เล่นเกมส์หากจะว่าไปแล้วในรุ่น N81 ใช้งานได้สะดวกกว่ามาก
ปุ่มโทรออกและรับสาย มีลักษณะแบน เรียบไปกับด้านหน้าของตัวเครื่อง แต่มีขนาดใหญ่ทำให้กดได้สะดวกกว่าปุ่มโทรออกและรับสายของรุ่น N81 และ N78 อย่างไรก็ตามปุ่มแบน ๆ แบบนี้ให้ความรู้สึกจากการตอบสนองการกดไม่ค่อยดีเท่าไรนัก หรือพูดง่าย ๆ ว่า press feedback ไม่ค่อยดี

ด้านซ้ายของตัวเครื่องมี microSD card slot และ lanyard eyelet ซึ่ง Nokia N96 เครื่องนี้สามารถรองรับ memory card ได้สูงสุด 8GB และจากแหล่งข่าวหลาย ๆ แหล่งที่ทำการทดสอบได้ความว่าเครื่องนี้สามารถรองรับ memory card ใช้งานจริงได้สูงถึง 16GB ถึงแม้ตาม spec จะบอกว่ารองรับแค่ 8GB

ทางด้านขวาของตัวเครื่องจะเห็นปุ่มควบคุมความดังเสียง และปุ่ม shutter ของกล้องดิจิตอล ดูคร่าว ๆ เหมือนจะกดและใช้งานง่าย แต่จากการใช้งานจริงมันใช้งานไม่ง่ายเลย กดใช้งานได้ไม่ค่อยสะดวกซักเท่าไหร่ โดยเฉพาะปุ่ม shutter ที่มีขนาดเล็กมากทำให้กดถ่ายภาพได้ลำบาก แต่ถ้าคุณทำความคุ้นเคยกับมันก็คงใช้งานได้สะดวกเอง
นอกจากนี้ทางด้านขวาของตัวเครื่องยังมี speakerphone สองตัว อยู่ที่ด้านบน และล่างตรงมุมของเครื่อง ซึ่งเป็นการวางตำแหน่ง speakerphone ทำได้เหมาะสมมาก เมื่อกางตัว kickstand ออก แล้วตั้งลงบนโต๊ะเพื่อดูหนังจากเครื่อง Nokia N96 คุณจะได้มุมมองการดูที่เยี่ยมทีเดียว
ทางด้านบนของเครื่อง Nokia N96 เราจะเห็น kepad lock slider (ปุ่ม lock เครื่องแบบ slide), ช่องเสียบหูฟังแบบ 3.5mm และปุ่ม power key

ด้านล่างของ Nokia N96 คุณจะเห็น microUSB port, mouthpiece (mic สำหรับสนทนา) และ ช่องเสียบสายชาร์จ ไม่มีฝาปิด USB slot ซึ่งทำให้ฝุ่นสามารถเข้าไปได้ง่าย

ด้านหลังของเครื่องจะเห็นกล้องดิจิตอลความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ซึ่งมี dual-LED flash และมีขาตั้ง หรือ kickstand ที่กล่าวมาข้างต้น

ตัว kickstand หรือขาตั้งนี้ไม่ได้มีส่วนทำให้การถ่ายภาพดีขึ้น อย่าเข้าใจผิดที่เห็นมันอยู่ใกล้ๆ เลนส์ มันทำหน้าที่เป็นขาตั้งโต๊ะเท่านั้นเพื่อให้คุณสามารถดูหนัง หรือใช้งานด้าน multimedia ได้สะดวกขึ้นเวลาวางมันลงบนโต๊ะทำงาน

ขาตั้งตัวนี้ทำให้มุมในการดู video จากมือถือมีมุมของภาพที่เหมาะสมสวยงาม อย่างไรก็ตามวัสดุที่ใช้ทำตัวเครื่องก็ยังเป็นข้อตำหนิที่เห็นได้ชัดของ Nokia N96 เพราะมันทำจากพลาสติกเกือบทั้งหมด ทำให้มันค่อนข้างเปราะบาง ดังนั้นคุณคงต้องใช้มันด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวัสดุแบบนี้จะไม่ทนแน่ๆ ถ้าคุณทำมันหล่นพื้น

เมื่อเปิดฝาแบตเตอรี่ด้านหลังเครื่องออกมา คุณจะเห็น แบตเตอรี่ 950 mAh Li-Ion BL-5F ซึ่งในจุดนี้ทาง Nokia ออกแบบมาได้ลงตัว อย่างไรก็ตามโทรศัพท์เครื่องนี้มีอุปสรรคในการใช้งานแบตเตอรี่ติดต่อกัน เนื่องจากเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ทำได้ไม่นานนัก แบตเตอรี่แบบ 950 mAh เป็นแบตเตอรี่แบบเก่าที่ทาง Nokia เปลี่ยนมาเป็นแบตเตอรี่แบบ 1200 mAh แล้ว แต่ไม่ทราบเพราะเหตุผลใดทำให้ทาง Nokia กลับมาใช้ 950 mAh ใน Nokia N96 อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งทำให้ความยาวนานในการใช้งานแบตเตอรี่ ไม่สามารถ stand by เครื่องได้นานเหมือนแบตเตอรี่แบบ 1200 mAh
หน้าจอของ Nokia N96
หน้าจอของเครื่องนี้มีขนาด 2.8 น้ิ้ว มี contrast ของภาพที่สวยงาม สามารถใช้ดูภาพหรือหนังเรื่องโปรดได้อย่างดีไมขัดสายตาแต่อย่างใด ความสว่างของหน้าจอถูกลดลงจากรุ่น N95 แต่ก็ยังมีความสว่างสูง และใช้งานได้ดี
หน้าจอของ Nokia N96 สามารถใช้งานได้ดีแม้ในที่แสงแดดจ้า ซึ่งเป็นข้อดีของ Nokia อยู่แล้ว แม้ว่าการแสดงสีจะจืดไปบ้างเวลาดูในที่แสงจ้า แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยรวมแล้วถือว่าหน้าจอทำงานได้ดีในทุกสถานะของแสง

แสง backlight ของ Nokia N96 มีความสว่างสูง ตัวแสงออกสีเหลืองนิด ๆ ซึ่งถ้าเทียบกับแสง backlight หน้าจอของ Nokia N95 แล้วต้องบอกว่า N95 มี backlight ที่สวยกว่าเจ้า N-series รุ่นใหม่นี้
User Interface
Nokia N96 ใช้ Symbian 9.3 เป็น OS ซึ่งเป็น Symbian ใน Series 60 รุ่นที่สามแล้ว โดยตัวเครื่องจะลง Feature Pack 2 มาให้จากโรงงาน ซึ่งใน Nokia N96 นี้มีการพัฒนาความสามารถของ OS ให้ดีขึ้นไปอีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเทียบการทำงานกับ Nokia N78
ข้อดีอย่างนึงที่เราได้จากเจ้า User Interface ของ Nokia N96 คือ มันมีหน้าตา layout ที่ใหม่ไปจากเดิม ซึ่งในรุ่นนี้คุณสามารถเข้าสู่ feature ต่าง ๆ ได้รวดเร็วมากกว่าเดิมหลายเท่า หน้าจอ standy screen ถูกจัดวางแบบ vertical tabs คุณสามารถใช้ D-pad เป็นเหมือน joystick ในการเลือกเข้าสู่เมนู feature ต่าง ๆ ได้ แต่โดยทั่วไปแล้วฟังก์ชั่นต่าง ๆ ค่อนข้างจะเหมือนเดิมที่เราคุ้นเคยอยู่แล้วกับ N-series

ดังที่เห็นใน Symbian phone หลาย ๆ เครื่องเจ้า Nokia N96 ตัวนี้มี built-in voice recognition system ซึ่งเป็นระบบจดจำเสียง คุณจึงสามารถสั่งการโทรออก และเข้าสู่เมนูต่าง ๆ ด้วยการสั่งงานเสียงได้ ซึ่งในรุ่นนี้คุณไม่จำเป็นต้องอัดเสียงไว้เพื่อเรียกใช้งานเหมือนรุ่นก่อน ๆ (แต่จะอัดเสียงก็ได้เพื่อความแม่นยำในการสั่งงาน)






